ชายในภาพเป็นนักศึกษาชาวเยอรมันนีที่ไปเรียนอยู่ที่ประเทศจีน เขาคลั่งไคล้ชื่นชอบ หุ่นปั้นนักรบทหารจิ๋นซีฮ่องเต้มาก อยากเข้าไปดูของจริงแบบใกล้ๆ ชิดๆ แต่เจ้าหน้าที่จีนจะยอมให้นักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างเขา เข้าไปเหยียบในเขตสุสาน เคียงข้างกองทหารจักรพรรดิผู้รวบรวมอาณาจักรจีน ที่เป็นสมบัติโลกง่ายๆได้อย่างไร..
หนุ่มคนดังกล่าว ซึ่งเป็นนักศึกษาศิลปะ จึงโชว์ลีลาออกแบบและผลิตชุดทหารจิ๋นซีขึ้นมา .. ว่าแล้วก็เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์สุสานทหารจิ๋นซี แล้วแอบโดดข้ามรั้วเข้าไปในเขตห้ามเข้า .. เจ้าหน้าที่เห็นคนแว้บๆเข้าไป จึงเข้าไปตรวจหา ปรากฏว่าหาไม่เจอ เพราะหนุ่มคนนี้ได้สวมชุดทหารพร้อมหน้ากากปิดหน้า ยืนนิ่งเหมือนหุ่นทหารตัวอื่นอีกกว่า 2 พันตัว
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาอยู่ 2 นาที จึงจับได้ แล้วไล่ให้กลับบ้าน แต่ไม่เอาความผิดเพราะเห็นว่านายคนนี้ชอบประวัติศาสตร์จริงๆ
เจ้าแมลงตัวนี้ มันไม่กลัวสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่ามันเลยนะนี่ กัดที่ปากเข้าไปเต็มๆเลย :)
ถ้าการเรียนภาษาญี่ปุ่น มันง่ายขนาดนี้ ก็อยากจะเรียน เหมือนกันนะนี่
คนทำเค้าบอกว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้เด็ก เข้าใจภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ด้วยวิธีง่ายๆ (สังเกตจากรูปได้เลย)
น่าสนเนาะ
การเดินทางสู่เกาะสีชัง
เดินทางจากกรุงเทพฯไปอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีระยะทางประมาณ 117 กิโลเมตร ลงรถที่ศรีราชา(หน้าตึกคอม) ต่อรถสามล้อ(ตุ๊กตุ๊ก) หรือรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ไปยังท่าเรือเกาะลอย เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะสีชัง สำหรับท่านที่นำรถยนต์มาสามารถฝากรถไว้ที่จุดบริการรับฝากรถทั่วไป
การเดินทางไปเกาะสีชัง
มีเรือโดยสารจากศรีราชาข้ามไปเกาะสีชังทุกวัน ขึ้นเรือที่ท่าเรือเกาะลอย อำเภอศรีราชา เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 20.00 น. ออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที ค่าโดยสาร 40 บาท ต่อคน(เที่ยวสุดท้าย 50 บาท)
ดูจากมุมกล้องแล้ว ให้ขึ้นไปนั่งแบบนี้ ไม่ไหวแน่
ไม่แน่ใจว่าเป็น พ่อ-ลูก หรือแม่-ลูก แต่ที่แน่ๆ รูปนี้ ทำให้ยิ้มได้ :)
หมวด:
กิจกรรม,
ขำขัน,
ครอบครัว,
ธรรมชาติ,
รูป,
รูปกวนๆ,
รูปวิว,
รูปสัตว์,
รูปเด็ก,
รูปแปลก,
สัตว์,
สัตว์ป่า,
อัลบั้มรูป
ทุกๆปี ในคืนวันออกพรรษา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11(ปีนี้ตรงกับวันที่ 7 ต.ค.2549) ณ ลำน้ำโขง รอยต่อจังหวัดหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์ โดยเฉพาะที่ อ.โพนพิสัย จะเกิดปรากฏการณ์อันน่าพิศวงที่คนรู้จักกันดีในนาม “บั้งไฟพญานาค” ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกไฟประหลาด ลักษณะเหมือนไข่ไก่สีแดงส้ม พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ลำน้ำโขง แล้วดับหายไปในอากาศ แบบไร้เสียงไร้ควัน ไร้กลิ่น ในระยะเวลาสั้นๆเพียง 5-10 วินาที ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำไปจนถึงกลางดึก ที่ดูแล้วน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม่ว่าปรากฏการณ์น ี้ยังไม่มีผลสรุปออกมาว่าเกิดจากอะไร "คน พญานาค หรือปรากฎการณ์ธรรมชาติ" แต่เป็นปรากฎการณ์ที่หลายคนรอคอย ยังไม่เคยไม่เห็นกับตาตัวเอง อยากไปเห็นสักครั้งเหมือนกัน :)
แมวตัวนี้สงสัยเพิ่งเกิด มีหมวกกับถุงเท้าเหมือนเด็กตัวเล็กๆ