สาวหน้าตาหน้ารักที่เห็นในรูปนี้ เพิ่งหนีออกจากบ้านชายที่ลักพาตัวเธอไปตั้งแต่ 10 ขวบ .. ตอนนี้เธออายุ 18 แล้ว
เธอเป็นเด็กแก้มตุ้ยชาวออสเตรียที่หายตัวไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วจนพ่อแม่ และทีมสอบสวนสรุปว่าตาย.. แต่ เมื่อไม่นานมานี้ เธอแอบวิ่งหนีออกมาขณะกำลังตัดหญ้า และชายวัย 44 ผู้ลักพาตัวเธอไปนั้นกำลังไปรับโทรศัพท์
เธอบอกว่าวางแผน คิดแล้วคิดอีกตลอดเวลาที่อยู่ในห้องใต้ดินที่ขุดไว้พิเศษเพื่อขังเธอ ภายในมีเตียง ห้องน้ำ และโต๊ะ และท่ออากาศต่อมาจากข้างนอก เธอจะได้ออกมาเป็นบางครั้งเพื่อทำกิจกรรมเรื่อยเปื่อยกับชายที่เธอระบุว่ามีอาการทางจิต
ตั้งใจไว้ตอนอายุ 12 ว่าจะหนีออกมาให้ได้ และเริ่มคิดหาทางตลอดเวลา ในขณะที่ทราบดีว่าถ้าทำการหนีไม่สำเร็จ เธอคงต้องถูกฆ่า และเพื่อนบ้านก็ต้องถูกฆ่าตามคำขู่.. เธอสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับชายดังกล่าว จนครั้งหนึ่งเคยถูกพาออกมาซื้อของในตลาด เธอพยายามสบตา ส่งซิกกับคนในร้าน แต่หมดหวัง ไม่มีใครจำเธอได้
ล่าสุดพอหนีออกมาได้ เธอวิ่งไปขอความช่วยเหลือกับแม่บ้านในละแวกใกล้เคียง ทีแรกแม่บ้านไม่ยอมให้เข้าบ้าน แต่ยอมโทรเรียกตำรวจให้ตามที่ขอ
ปัจจุบันกำลังเข้ารับการดูแล และบำบัดจาก แพทย์ และจิตแพทย์ เธอว่าเรื่องการเข้าสังคมกับคนอื่นๆตอนนี้ สบายมาก
หนังสือที่ลงบทสัมภาษณ์และรูปเธอเป็นครั้งแรก ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า .. ตอนเธอพบตำรวจครั้งแรกเธอขอผ้ามาคลุมหัวเพราะกลัวคนมาถ่ายรูปเธอเอาไปขาย .. ส่วนชายที่จับตัวเธอไปขังนั้น กระโดดขวางรถไฟเสียชีวิต หลังสาวคนนี้ หนีออกไปได้ไม่นาน เธอบอกว่ารู้อยู่ว่าเขาต้องฆ่าตัวตาย
ลิงก์ผู้สนับสนุน
» ที่มา
เขียนเมื่อวันที่ 8/09/2549
เคยดูรึยัง
นักโทษเวียดนาม สุดทนอาหารโรงอาหารในเรือนจำเวียดนาม ก่อเหตุจลาจลในคุก เมื่อปีที่แล้ว ทำลายอาหาร เครื่องดนตรี และเฟอร์นิเจอร์ในเรือนจำ .. วันนี้ศาลได้มีคำตัดสิน จำคุกนักโทษที่ก่อเหตุดังกล่าว จำนวน 29 คน
เหตุเกิดเมื่อนักโทษคนหนึ่ง ซึ่งต้องขังเป็นเวลา 12 ปีด้วยความผิดลักทรัพย์ ชักชวนเพื่อนๆนักโทษ เพื่อรวมกลุ่มเรียกร้องให้ทางเรือนจำปรับปรุงอาหารที่จัดให้ผู้ต้องขัง แต่แทนที่จะเข้าพูดคุยกับผู้แทนเรือนจำ กลับทำลายข้าวของ รวมมูลค่ากว่า 6 แสนบาท .. นอกจากนี้ เจ้าที่เรือนจำ 4 คน ที่เข้าควบคุมเหตุการณ์จลาจลเรือนจำครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บจาก หิน และ ขวด ที่ผู้ต้องขังขว้างใส่
.. ใครว่าเป็นนักโทษ (ซึ่งอยู่ในคุกอยู่แล้ว) จะ เ่อ่อ.. ติดคุกไม่ได้
สหประชาชาติ (UN) ขอให้หยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งทาง อิหร่าน บอกว่าต้องขอคุยต่อรองเรื่องการเมือง เศรษฐกิจกันก่อน
โฆษก สหภาพยุโรป (EU) บอกว่าเป็นไปตามคาดว่าอิหร่านจะไม่ตอบมาชัดๆว่าจะทำยังไง แต่ต้องยืดเวลาขอต่อรอง พูดจายืดยาวซับซ้อนเป็นสีเทา ซึ่งทาง EU บอกว่าจุดยืนฝ่ายเค้าจะเป็นสีเทาไม่ได้
ทาง UN นั้นได้ขู่ไปแล้วว่าภายในเดือนนี้ถ้าอิหร่านไม่หยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จะโดนลงโทษ เช่นไม่ให้นำเข้าน้ำเบนซิน ซึ่งปกติอิหร่านต้องนำเข้าถึง 40% เพราะว่าไม่มีโรงงานกลั่นเพียงพอในประเทศ ส่วนทางอิหร่านอ้างคำแนะนำจากนายโคฟี อันนันว่า UN ขู่มาอย่างนั้นมันผิดกฎหมาย
เค้าคาดเดากันว่า อิหร่านจะใช้เทคนิกการยืดยื้อต่อรองไม่จบสิ้น และจะไม่หยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งทางกลุ่มคัดค้านทาง UN นำโดย EU และ สหรัฐอเมริกา บอกว่ายอมรับไม่ได้เด็ดขาด
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Glasgow Caledonian University ประเทศสก็อตแลนด์ พบว่าเพลงร็อคช่วยเพิ่มสมาธิและเพิ่มความสามารถในการจำ ..
ทดลองเปิดเพลง ให้อาสาสมัคร 16 คนทำแบบทดสอบความจำง่ายๆ พร้อมฟังเพลงคลาสสิค บีโธเฟน ซิมโฟนี่ หมายเลข 2 และทำอีกครั้งพร้อมฟังเพลงร็อคของ สตีฟ วาย (Steve Vai) และอีกครั้งโดยไม่มีเสีียง กับอีกครั้งแบบมีเสียงเดี่ยวๆ 1 เสียง
ผลออกมาว่า ทุกคนได้คะแนนดีขึ้นเมื่อฟังบีโธเฟน แต่กลุ่มแฟนเพลงร็อคได้คะแนนดีอย่า่งเห็นได้ชัดเมื่อฟังเพลงร็อค จึงเชื่อว่าเพลงที่ชอบน่าจะเพิ่มความสามารถในการจำ และเค้าว่าจะทดสอบกับเพลงแนวอื่นอย่างเพลงป็อป
คนที่ฟังเพลงที่ไม่ชอบจะมีผลในทางตรงกันข้าม
เมื่อต้นปี มีเจ้าหน้าที่ของเมืองหนึ่งเปิดเพลงคลาสสิคไล่วัยรุ่นที่มาก่อกวน และเมื่อปี 1989 ทหารสหรัฐเปิดเพลงร็อควง AC/DC ไล่ให้ผู้นำเผด็จการปานามาออกมาจากที่ซ่อน
10 ปีที่แล้ว เด็กหญิง 6 ขวบ JonBenet Ramsey ผู้ชนะการประกวดธิดามากมาย ถูกฆ่าตายชั้นใต้ดินบ้านของตัวเอง แม่ของเด็กพบจดหมายเรียกค่าไถ่ แต่พ่อพบศพเย็นวันเดียวกันนั้น ตำรวจ และทีมสอบสวน พบแต่ข้อฉงน และไม่สามารถสรุปคดีได้ กระทั่ง พ่อและแม่ของเด็กก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วย สื่อออกข่าวครึกโครม สร้างความกดให้ทั้งพ่อและแม่ของเด็กหญิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
วันนี้รายงานจากสายตำรวจของเมืองที่เกิดคดี ว่าพบผู้ต้องสงสัยที่รู้ข้อมูลการฆาตกรรมที่ไม่เป็นที่เปิดเผยในสาธรณะมาก่อน ที่เมืองไทย และได้ยอมรับว่าทำผิดบางส่วนแล้ว ทีมสืบสวนได้เดินทางมาพร้อมหลักฐานและได้รับความร่วมมือจากตำรวจไทย ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างนำตัวกลับสหรัฐฯ
ผู้ต้องสงสัยที่ว่านี้ เป็นชายอายุ 41 ปี ทำงานเป็นครูสอนเด็ก ป 2 เพิ่งโดนจับที่ไทยในข้อหากระทำชำเราเด็ก
แม่ของเด็กหญิง Ramsey เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยโรคมะเร็งในมดลูก
z
หญิงชาวโปแลนด์วัย 55 ปี ถูกตำรวจจับข้อหาปลูกกัญชา เธอบอกว่าเธอปลูกกัญชาให้วัวเธอกิน
หญิงคนนี้เลี้ยงวัวเป็นอาชีพ แต่ว่าวัวของเธอดุร้ายมาก เคยทำร้ายคนจนแขนหักมาแล้ว เพื่อนเธอเลยแนะนำให้เอาใบกัญชาผสมหญ้าให้วัวกิน เธอจึงไปซื้อเมล็ดในตลาดเอามาปลูก ตำรวจบอกว่าต้นกัญชาของเธอสูงถึงประมาณ 3 เมตร
ตามกฏหมายโปแลนด์ ความผิด ข้อหา ครอบครอง กัญชา มีโทษจำคุก 3 ปี
ตำรวจเมืองอาดีเลดทางใต้ของออสเตรเลีย ออกไล่ล่าโจรขโมยงูที่ใช้อาวุธปืน ข่มขู่ครอบครัวเจ้าของงู ซึ่งมีแม่และเด็กอีก 2 คน ก่อนจะมัดทุกคนไว้และฉกงูหลามต้นไม้เขียว หลายตัวราคาแพงระยับ รวมมูลค่าเกือบ 3 ล้านบาทใส่กระเป๋าหลบหนีไป คาดว่า คนร้ายจะต้องพยายามนำงู ออกขายที่ไหนสักแห่งในออสเตรเลีย โดยเฉพาะตลาดมืดในรัฐทางตะวันออกของออสเตรเลีย ซึ่งงูหลามเขียวสามารถทำราคาขายได้สูงมาก
สำหรับครอบครัวเหยื่อโจร เป็นเจ้าของงูหลามต้นไม้เขียว ทั้งหมด 12 ตัว ตกราคาตัวละ 2 แสนกว่า โดยตัวเต็มวัยสามารถขายได้ถึง 548,000 บาท งูหลามต้นไม้เขียวเป็นงูไม่มีพิษ มีลักษณะเด่น คือ ลำตัวสีเขียวสดและมีจุดสีเหลืองและดำ ถิ่นกำเนิดอยู่ในปาปัวนิวกินี อินโดนีเซียและทางเหนือของออสเตรเลีย
อ่ะงูแพงกว่าทองอีกนี่นา ขโมยทีเดียวได้เงินอื้อ แต่งูหลามต้นไม้เขียว นี่สวยจริงๆนะนี่ :)
ผู้ว่าเมืองแห่งหนึ่งในรัสเซีย เรียกร้องให้รัฐบาล แก้กฎหมายให้ยอมรับธุรกิจบริการทางเพศ เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม ของพวกหัวรุนแรงเหยียดเชื้อชาติ ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น
ผู้ว่าท่านนี้บอกว่า การให้ การบริการทางเพศเป็นสิ่งถูกกฎหมาย จะทำให้ ชายฉกรรจ์หัวรุนแรง มีกิจกรรมอื่นทำมากขึ้น แทนการไปทำร้ายคนอื่น .. เป็นทางออกที่เหมาะสมของการแสดงอารมณ์ทางเพศของชายเหล่านี้ แทนที่จะเปลี่ยนไปเป็นความรุนแรง
ผู้หญิงที่ให้บริการทางเพศ จะได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเต็มที่จากรัฐ
.. งี้นี่เอง บ้านเราถึงไม่ค่อยมีความรุนแรง (ผิดกฏหมายแต่ก็หาซื้อง่ายเหมือนยาแก้ปวด)
คุณราเอด จาร์รา (Raed Jarrar) ชายเชื้อสายอิรัก กำลังเดินขึ้นเครื่องบินที่ ท่าอากาศยาน JFK นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ชายสองคนเดินมาหาเขาขอตรวจค้นบัตรประจำตัว และบอร์ดดิ้งพาส แล้วขอให้คุณราเอดเปลี่ยนเสื้อยืดที่ใส่อยู่ก่อนขึ้นเครื่องบิน
คุณราเอดสวมเสื้อยืด ด้านหน้ามีตัวหนังสืออาหรับ พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษว่า "We Will Not Be Silent" ("พวกเราจะไม่ปิดปากเงียบ")
เค้าบอกว่ามีผู้โดยสารหลายคนบอกว่าอึดอัดที่เห็นเสื้อยืดที่คุณราเอดใส่ เพราะมีภาษาอาหรับที่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร คุณราเอดโต้เถียงกับ รปภ อยู่นาน แต่ในที่สุดก็ยอมใส่เสื้อยืดที่ รปภ ซื้อให้ใหม่จากร้านในสนามบิน
คุณราเอดบอกว่า รู้สึกอึ้งที่มาเจอเหตุหารณ์แบบนี้ในอเมริกา เค้าว่าเสื้อยืดเค้านั้นไม่ได้มีคำพูดที่ละเมิดใคร และเค้ามีเสรีภาพในการแสดงความเห็น
ข้อความบนเสื้อยืดที่คุณราเอดใส่นั้น เป็นสโลแกนของผู้ที่คัดค้านการทำสงครามอิรัก และปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลาง