น้ำมัน 3 แสนกว่าลิตร ทะลักออกจากเรือขนน้ำมันที่รั่วและจมลงที่ฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมนี้ เรือที่จมนี้ ขนน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร
น้ำมันกำลังทำลายสิ่งแวดล้อมบริเวณใกล้เคียง กินเนื้อที่ชายหาด กว่า 300 กิโลเมตร และกำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
นักสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นว่า จะเกิดผลกระทบระยะยาวต่อระบบนิเวศน์บริเวณดังกล่าว อาจเป็นสิบๆปี
ต้นไม้และสัตว์ถูกเคลือบด้วยน้ำมันหนาเตอะ และตายลงเป็นจำนวนมากแล้ว เค้าว่าบริเวณเกาะดังกล่าว (Guimaras) เป็นแหล่งสวรรค์นักท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมที่ผู้คนแถวนั้นช่วยกันสร้างมาเป็นเวลาสิบๆปี กำลังถูกทำลายในเวลาเพียงข้ามคืน
กลุ่มกรีนพีซ กำลังเรียกร้องให้ทางการฟิลิปปินส์ บังคับให้บริษัทส่งน้ำมันรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
ลิงก์ผู้สนับสนุน
» ที่มา
เขียนเมื่อวันที่ 20/08/2549
เคยดูรึยัง
เราเคยเล่าเรื่องน้ำมันทะลักท่วมชายฝั่งที่ฟิลิปปินส์ ข่าวใหม่บอกว่าคนฟิลิปปินส์กำลัจะแห่กันตัดผมเพื่อกำจัดน้ำมัน ????
นำโดยประธานาธิบดีของฟิลิปินส์ คุณกลอเรีย อาโรโย (Gloria Arroyo) ซึ่งบอกว่าจะตัดผมของท่านเอง และจะขอแรงเส้นผมของประชาชนผู้อาสาสมัครเพื่อกู้สถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดของประเทศ
ร้านตัดผม 500 แห่งเสนอตัดผมฟรีและคาดว่าจะได้เส้นผม 1 แสนถุง ไม่รวมเส้นผมของอาสาสมัครจากในเรือนจำอีก หมื่นกว่าคน
ทั้งนี้เค้าวา่จะมีการใช้ขนไก่ และฟางร่วมด้วยในการกำจัดคราบน้ำมัน
ชาวอเมริกันคนหนึ่งจดสิทธิบัตรเรื่องการใช้เส้นผมกำจัดน้ำมันเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว (1993) หลังจากทดลองเอาเส้นผมของเขายัดใส่ถุงน่องภรรยาแล้วเอาไปใส่น้ำมัน
แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไม่เห็นด้วยที่จะใ้ช้ผมเพราะผมสลายตัวยาก และขนไก่ก็เหม็น ไม่น่าใช้
สังเกตดีๆนะ ตามันมี 2 สี สีม่วง กับ สีน้ำเงิน
ชายคนนี้ เดินบันไดไม่ได้แล้ว โดนพายุ+กระแสน้ำแย่งทางเดิน เห็นรูปนี้หวาดเสียวเหมือนกันนะ
ตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาได้เริ่มการสั่งโยกย้ายสลัมจำนวนกว่า 3,000 ครัวเรือน แล้วยังมีตามมาอีกหลายสลัม
เค้าว่าเจ้าหน้าตำรวจเข้าไปเคาะประตูกลางดึก และสั่งให้ชาวสลัมโยกย้ายออกโดยทันที
สถานที่ใหม่ที่ทางรัฐจัดให้ อยู่ห่างจากที่เดิม 30 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้คนที่ย้ายไปส่วนมากประสบปัญหาไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานในกรุงพนมเปญได้อีก เพราะค่าเดินทางสูง
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเวียดนาม ต่อว่าว่าสถานที่ตั้งชุมชนใหม่มีปัญหา เรื่องน้ำใช้ ท่อระบายน้ำ และ ไฟฟ้าที่มีจำกัดมาก หรือแทบไม่มีเลย
ทางการเวียดนามบอกว่าบริเวณสลัมเก่านี้จะถูกนำไปใช้ในการทำให้เมืองสวยขึ้น มีโครงการสร้างอพาร์ตเม้นท์หรู และห้างสรรพสินค้า เตรียมลงพื้นที่ดังกล่าว
ก้อนหินขนาดเล็กเท่าลูกกอล์ฟ น้ำหนักประมาณ 377 กรัม (หนักกว่าน้ำอัดลมกระป๋องเล็กน้อย) ตกลงกระแทกหลังคาบ้าน 2 ชั้นหลังหนึ่งในฟรีโฮลด์ ทาวน์ชิป (Freehold Township) รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อค่ำวันอังคาร (2 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองเผยว่า
มีผู้หญิงรายหนึ่งโทรมาแจ้งที่สถานีตำรวจว่า เธอได้ยินเสียงประหลาดตกกระทบหลังคาบ้าน จากนั้นลูกชายของเธอก็พบก้อนหินฝังอยู่ในกำแพงห้องอาบน้ำ
หินที่ไม่สามารถระบุที่มานี้ มีลักษณะพื้นผิวขุรขระ เป็นประกายวาว ยังไม่พบว่ามีการแผ่รังสีใดๆ ออกมา ซึ่งคาร์ลตัน พรายออร์ (Carlton Pryor) ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตเจอร์ส (Rutgers University) เผยว่า ทุกๆ วันมีวัตถุหน้าตาแบบนี้ ตกลงสู่พื้นโลกประมาณ 20-50 ก้อน และแม้จะไม่ได้เห็นก้อนหินดังกล่าวด้วยตาตัวเอง แต่พรายออร์เชี่อว่าห้องแล็บก็น่าจะตรวจและพิจารณาว่าเป็น “อุกกาบาต” ที่หลุดลอดชั้นบรรยากาศเข้ามากระทบผืนโลก
ถ้าเป็นอุกกาบาตจริงๆ แล้วมันจะหล่นลงมาอีกไหมนี่ :)
ตัวเม่นแคระ (Hedgehog) ทำให้บริษัท แมคโดนัลด์ที่อเมริกา ต้องออกแบบเปลี่ยนขวดบรรจุของหวาน McFlurry ใหม่เพราะชอบคุ้ยกิน McFlurry ในถังขยะ แต่แหย่หัวเข้าไปแล้วเอาออกมาไม่ได้ จนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากกว่า 6 ปี ที่ผู้หวังดีจำนวนมาก โทรศัพท์กดดันถึงบริษัทแมคโดนัลด์ ให้ทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือชีวิตเม่นแคระเหล่านี้ ล่าสุดแมคโดนัลด์จึงประกาศออกขวด McFlurry รูปแบบใหม่ที่ปากขวดแคบลงเพื่อไม่ให้แม่นแคระมุดเข้าไปได้เลย
เห็นรูปนี้แล้ว อยากไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวนั้นจัง ยิ่งได้นั่งกับคนรู้ใจ โอยย ไม่อยากจะบอกเลยว่า โรแมนติกสุดๆ
สงสารแมวน้ำตัวนี้จัง ไม่รอดแน่
หมวด:
กิจกรรม,
ความรู้ทั่วไป,
ต่างประเทศ,
ท่องเที่ยว,
ธรรมชาติ,
พาดหัว,
ภัยธรรมชาติ,
รูป,
รูปสัตว์,
รูปเสียว,
รูปแปลก,
สัตว์,
สิ่งแวดล้อม,
อัลบั้มรูป